เจ้าของสโมสรดี ทีมบริหารดี ก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ใครก็อยากร่วมงานด้วยและเป็นส่วนที่เป็นฐานสำคัญ ที่จะทำให้ทีมก้าวไปสู่ความมั่นคงและประสบความสำเร็จ มีสโมสรหลายทีม ที่มีเจ้าของทีม รักทีมอย่างจริงจัง พร้อมช่วยให้ทีมก้าวไปสู่ความสำเร็จให้ได้มากที่สุด ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ FSG หรือ Fenway Sports Group เจ้าของสโมสรลิเวอร์พูล

โดยทีมงาน Ufa.soccer จะพามาเจาะลึกว่า Fenway Sports Group คือใคร มีส่วนสำคัญอย่างไรที่ทำให้ ลิเวอร์พูล กลับมายิ่งใหญ่

FSG – Fenway Sports Group เจ้าของลิเวอร์พูล คือใคร

หลังจากที่ต้องอดทนกับ ทอม ฮิคส์ และ จอร์จ ยิลเล็ตต์ ที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อ ลิเวอร์พูล จนสโมสรชิบหายวายวอด หนี้ตัวแดงเพียบ เจอมรสุมต่างๆ นาๆ ที่ทำให้จากทีมยักษ์ใหญ่ระดับยุโรป กลับกลายเป็นทีมธรรมดาทั่วไป

ไม่ยอมเสริมงบประมาณที่จำเป็นต่อการเสริมทัพ แต่กลับให้งบเพียงน้อยนิด จากนักเตะที่ควรจะได้แบบดีๆ ก็ได้แต่เพียงนักเตะดาดๆ ทำทีมเสียระบบไปหมด จนทำให้สโมสรแทบจะล้มละลาย

แต่สุดท้าย พระเอกขี่ม้าขาว ที่มาช่วยลิเวอร์พูล ได้ทันเวลาก็คือ เฟนเวย์สปอร์ตกรุ๊ป มที่เข้ามาซื้อกิจการของสโมสร โดยกลุ่มนี้เป็น บริษัทบริหารกิจการด้านกีฬาจากประเทศสหรัฐอเมริกา มีเจ้าของหลักๆ คือ จอห์น เฮนรี่

โดยพวกเขา เป็นเจ้าของกิจการหลายอย่าง โดยได้ก้าวมาซื้อสโมสร ลิเวอร์พูล ด้วยราคาประมาณ 300 ล้านปอนด์ จากปลิงมะกัน ทอม ฮิคส์ และ จอร์จ ยิลเล็ตต์ ในปี 2553

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ใช้เวลาอย่างยาวนาน ปรับโครงสร้างของทีมใหม่ แม้ในช่วงแรกจะมีแฟนบอลเดอะ ค็อปส์ ไม่น้อย หวั่นใจว่า ทีมจะดีขึ้นกว่าเดิมไหม จะผ่านมรสุมอันเลวร้ายนี้ได้หรือไม่ เพราะเจ้าของใหม่ก็มาจากอเมริกาเหมือนกัน

แต่ก็อย่างที่เห็น แม้ว่า FSG จะไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง หรือพร้อมเปย์นักเตะเข้าสู่ทีม แบบไม่สนหน้าสนหลัง แต่เพราะการบริหารที่ยอดเยี่ยม แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่มันมั่นคงเสียเหลือเกิน

โดยบริษัทนี้สามารถปลดหนี้ จากทีมที่แทบจะมีโอกาสล้มละลายสูง มีหนี้สินอยู่ราว 260 ล้านดอลล่าร์ ได้สำเร็จและปัจจุบัน ลิเวอร์พูล ก็มีกำไรขึ้นทุกปี และปัจจุบันก็มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างมาก

โดยพวกเขา ค่อยๆ บริหารทีมให้ก้าวไปสู่จุดที่เติบโตขึ้นเรื่อย ทั้งเรื่องการเงิน คอยเคลียร์บัญชีตัวแดง ให้กลับมาเขียว การให้งบเสริมทัพ แบบพอเหมาะพอเจาะ การเลือกเฮ้ดโค้ชที่เหมาะสม

ทำให้ฤดูกาล 2013/14 ในช่วงที่ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุมบังเหียน ทีมเกือบก้าวไปเป็นแชมป์ลีกได้แล้ว น่าเสียดายที่ไปสะดุดในบั้นปลาย และก็เป็นทาง FSG นี่เอง ที่ชักชวนทาบทาม เจอร์เก้น คล็อปป์ ให้ยอมมาคุมทีมย่านริเวอร์ไซด์ จนได้

หลังจากนั้น คล็อปป์ ที่ได้คุมทีมตามใจฉันเต็มที่ ด้วยความที่เป็นของจริง ก็ยกระดับทีมได้มากโข ตอนนี้ลิเวอร์พูลเริ่มปรับจูนผลงานในสนามระหว่างโค้ชกับนักเตะ แผนการเล่นใหม่ รวมถึงการซื้อขายนักเตะ เริ่มมีการทุ่มซื้อเข้ามาบ้าง

แต่ต้องบอกเลยว่า ดีลต่างๆ ส่วนใหญ่ที่พวกเขาซื้อมา นับว่าคุ้มค่าอย่างมาก ลองเทียบกับ สมัยที่ปลิงมะกันยังเป็นเจ้าของทีม พบว่าต่างกันจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้เลย แถม ลิเวอร์พูล จากทีมที่เคยขายนักเตะได้กำไรน้อย หรือขาดทุนเข้าเนื้อ

กลับกลายเป็นว่า พวกเขากลับทำกำไร จากการขายนักเตะได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแข้งดาวรุ่ง หรือแข้งคนสำคัญ ที่อยากมูฟออนไปหาความท้าทายใหม่ นับดูได้เลยชใน่วงหลัง พวกเขาได้กำไรมหาศาลตลอด

ทำให้การเงินแข็งแกร่งขึ้น ฟอร์มในสนามดีขึ้นจากยอดโค้ช ก็ทำให้สโมสรได้รับความนิย มและมีความหวังมากขึ้น จากที่เคยจมปรักอยู่กลางตาราง ลิเวอร์พูล ยุคใหม่ ก็ก้าวมาสู่ตำแหน่งทีมลุ้นแชมป์แบบเต็มตัว และสมศักดิ์ศรีอย่างที่ควรจะเป็น

จนพวกเขามาได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาล 2018/19 ได้อย่างยิ่งใหญ่ และฤดูกาล 2019/20 สิ่งที่พวกเขารอคอยก็มาถึงจนได้ เมื่อสามารถคว้า แชมป์พรีเมียร์ลีก มาครอง เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของสโมสร

และปัจจุบันจากการที่ จอห์น เฮนรี่ และกลุ่มทุนของพวกเขา ได้ก้าวมาเทคโอเวอร์สโมสร ลบฝันร้ายให้กลายเป็นดี ก็ยังคงเป็นเจ้าของที่พร้อมทำให้ลิเวอร์พูล มีความมั่นคงต่อไป

สังเกตุนโยบายของพวกเขา และสิ่งที่พวกเขาทำ แทบจะเป็นการยกเครื่องระบบบริหารให้มีความเป็นมืออาชีพ ทำให้สโมสรยืนหยัดด้วยตัวเองได้อีกด้วย เอาจริงๆ ลองคิดดูว่าแม้ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล จะเป็นทีมที่มีกำไรมหาศาลมากขึ้น

แต่เชื่อเถอะว่า พวกเขาเอง ไม่ได้กำไรสักเท่าไหร่ เว้นแต่ว่าพวกเขายังบริหารดีแบบนี้ ไปอีกหลายปีจากนี้ ปัจจุบัน ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งทีมที่ไม่จะไม่ได้รวยติดอันดับ 1-2 ในระดับสโมสรทั่วโลก แต่พวกเขามีความมั่นคง แข็งแกร่งอย่างมาก ในเรื่องของการเงินและการแข่งขัน สิ่งนี้ต้องยกเครดิตให้กับ เจ้าของสโมสรจริงๆ ว่าพวกเขาทำได้ดีมากเหลือเกิน

Posted in บทความฟุตบอล

เกม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดสุดสัปดาห์ที่น่าจับตามองที่สุดในวันอาทิตย์นี้ คงหนีไม่พ้นศึก แดงเดือด ที่เป็นการเจอกันของสองคู่อริตลอดกาลอย่าง “ปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เตรียมเปิดโรงละครแห่งความฝัน โอลด์ แทรฟฟอร์ด รอรับการมาเยือนของแชมป์เก่า “หงส์แดงลิเวอร์พูล แน่นอนว่าการเจอกันทุกครั้งของทั้งคู่ ดีกรีความเดือดของเกมในสนามไม่เคยลดหลั่นลงเลย วันนี้ทางทีมงาน วิเคราะห์บอล UFA พร้อมที่จะนำเสนอบทความเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของศึกแห่งศักดิ์ศรีนัดนี้ ว่าเหตุผลใดกันถึงทำให้แฟนบอลของทั้งสองทีมถึงเกลียดกันแบบสุดๆ ขนาดดีกรีความระอุก่อนเกมของแฟนบอลเมืองไทย อาจดุดันไม่แพ้ต่างประเทศเลยแม้แต่น้อย

ประวัติความเป็นมาของศึก แดงเดือด

แรกเริ่มเดิมทีในยุคปี คริสต์ศตวรรษ 18-19 เมือง แมนเชสเตอร์ และ ลิเวอร์พูล ถือเป็นเมืองใหญ่ของประเทศอังกฤษ ที่ต่างทำรายได้แบบเป็นกอบเป็นกำ เชิดหน้าชูตาให้แดนผู้ดีเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แมนเชสเตอร์ เปรียบเสมือนผู้ผลิตที่สร้างสรรค์สินค้าด้านอุตสาหกรรมมากมาย ส่วนทาง ลิเวอร์พูล นั้นเปรียบเสมือนผู้ส่งออกเพราะเป็นเมืองท่าที่ใหญ่ที่สุดในประเทศในขณะนั้น ต่างฝ่ายต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยกันสร้างรายได้ให้ประเทศเป็นกอบเป็นกำ อย่างไรก็ตามในปี 1894 ทางเมือง แมนเชสเตอร์ ได้ทำโปรเจ็คท์ขุด คลองเดินเรือแมนเชสเตอร์ สำเร็จ และกลายเป็นคลองเดินเรือสินค้าที่ยาวที่สุดในโลก ณ ตอนนั้น แล้วนั่นเองเป็นสาเหตุให้พวกเขาสามารถขนส่งสินค้าได้โดยตรงด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องไปเสียภาษีหรือค่าที่จอดให้กับเมือง ลิเวอร์พูล อีกต่อไป ปัจจัยดังกล่าวทำให้ชาวเมืองลิเวอร์พูลตกงานกันมากมาย ซึ่งจุดแตกหักส่วนนี้เป็นจุดเริ่มต้นของความบาดหมางที่ยาวนาน จะเห็นได้ในตราสโมสรของสองทีมจากแนเชสเตอร์ ว่า ทั้งคู่จะมีรูปเรือส่งสินค้าอยู่ด้วย โดยเป็นการสื่อถึงความสำเร็จในการขุดคลองดังกล่าวขึ้น จนเมื่อมาถึงยุคที่ฟุตบอลรุ่งเรือง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นสองทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเกาะอังกฤษจนถึงปัจจุบัน ทั้งสองสโมสรคว้าแชมป์เมเจอร์ต่างๆ รวมกันได้ถึง 121 รายการเลยทีเดียว ต่างฝ่ายต่างมียุคที่รุ่งเรืองของตัวเอง หากทาง หงส์แเดง มีสุดยอดผู้จัดการทีมอย่าง บิลล์ แชงคลีย์ ในยุค 1960 ที่พาทีมบินสูงติดลมบน อริตลอดกาล ปีศาจแดง ก็มี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือในยุค 1990-2000 ที่ฝีมือไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลยแม้แต่น้อย

แฟนบอล

แน่นอนว่าความระอุของศึกแดงเดือดนั้นเพิ่มอัตราเพราะแฟนบอลทั้งสองฝั่ง ที่ต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร ถ่มวาจาเสียดสีแซะกันไปมาอย่างเดือดดาล ยกตัวอย่างเช่น แฟนบอลปีศาจแดง ไปแปลงเพลงเชียร์ของ หงส์แดง ในท่อน “You’ll never walk alone.” เป็น “You’ll never get a job.” ซึ่งล้อไปถึงความบาดหมางในอดีตที่ชาวเมืองลิเวอร์พูลต้องตกงาน ส่วนทางฝั่ง เดอะ ค็อปส์ ก็ไม่น้อยหน้า แต่งเพลงแปลงถึงอดีตนักเตะทีมคู่อริอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ว่า “มีเพศสัมพันธ์กับแม่ของตัวเองทางทวารหนัก” ยิ่งไปกว่านั้น ไรอัน กิ๊กส์ ปีกซ้ายระดับตำนานของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยพูดถึงสาเหตุที่ผู้จัดการแข่งขันต้องจัดโปรแกรมให้ศึกนี้ต้องเตะกันแต่หัววัน หรือช่วงเที่ยงที่อังกฤษ เป็นเพราะว่าแฟนบอลทั้งสองทีมจะยังไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ไม่เช่นนั้นอาจไปปลุกเลือดนักรบ ซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุการปะทะเดือด สไตล์ฮูลิแกนอังกฤษก็เป็นได้…สำหรับแฟนบอลของทั้งสองทีมในเมืองไทย ก็ไม่ได้มีดีกรีความเกรียนแตกต่างจากที่อังกฤษเลยสักนิดเดียว สัมผัสบรรยากาศความเดือด รวมไปถึงสกิลความปากดีได้ตามเวบบอร์ดฟุตบอลทั่วไป อาทิ Soccersuck และ Pantip ต่างฝ่ายต่างบลัฟกันไปกันมา ตั้งฉายาใหม่ให้ฝั่งตรงข้ามหัวร้อน ไม่ว่าจะเป็น เป็ดแดง, หมาแดง หรือ หมาถือส้อม เป็นต้น ยิ่งพอหลังจบเกมด้วยแล้วหากผลเป็นใจให้กับฝั่งใดฝั่งหนึ่ง อีกวันย่อมเป็นวันที่เลวร้ายเอามากๆ สำหรับแฟนบอลฝั่งที่ปราชัยเลยทีเดียว เนื่องจากจะโดนเย้ยหยันแบบไม่มีที่สิ้นสุดจนกว่าจะเจอกันใหม่อีกครั้ง

ทำไมถึงห้ามพลาด

ปฏิเสธได้ยากว่าเกมนี้เป็นการเจอกันของสองทีมที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในเกาะอังกฤษ แฟนบอลของทั้งคู่กระจายอยู่ทั่วโลกด้วยจำนวนมหาศาล การถ่ายทอดสดบอลคู่นี้มักจะมีผู้ชมเป็นลำดับต้นๆ ของโลกเสมอ อาจเป็นรองแค่ศึก เอล กลาสิโก้ ระหว่าง เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า ที่อาจล้มเรื่องจำนวนผู้ชมได้ในบางฤดูกาล รูปเกมที่เกิดขึ้นนั้นเดือดดาลเสมอ อารมณ์กับแพสชั่นของนักเตะนั้นมาเต็มที่ หากเป็นสถานการณ์ปกติในเมืองไทย ย่อมมีสปอนเซอร์ที่ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด จัดกิจกรรมให้กับแฟนบอลทั้งสองทีมชมฟุตบอลร่วมกันบ่อยครั้ง สถิติการเจอกันของสองทีมก็ใกล้เคียงกันสุดๆ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชนะ 81 เกม เสมอกัน 58 เกม และ ลิเวอร์พูล ชนะ 67 เกม น้อยครั้งนักที่เกมคู่นี้จะออกมาน่าเบื่อ เนื่องจากแฟนบอลต่างขยันสร้างดราม่า หากมีจังหวะที่ผู้ตัดสินเป่าค้านสายตา เพื่อเป็นประเด็นถกเถียงหลังจบเกม โดยความสำคัญในเกมที่จะถึงนี้ ปีศาจแดง ยังต้องการสามแต้มในการต่อลมหายใจการลุ้นแชมป์ ส่วนทางผู้มาเยือน หงส์แดง ต้องการชัยชนะในการลุ้นแย่งโควต้าไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าต่อไป การันตีได้เลยว่าไม่มีใครยอมใครอย่างแน่นอน!!!

หากไม่อยากพลาดบทความดีๆ เกี่ยวกับแวดวงฟุตบอล ทั้งในเรื่องเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆ ในการเดิมพัน, ทีเด็ดบอลเต็ง, วิเคราะห์บอล และทีมทำเงินประจำวัน รวมไปถึงข่าวสารต่างๆ โปรดติดตาม Ufasoccer เว็บไซต์ฟุตบอลที่คัดสรรค์สิ่งดีๆ ที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้อ่านอยู่เสมอ

Posted in ทีเด็ดบอลเต็ง